ข้อคิดก่อนการนำเอาระบบ PACS มาใช้

 

 

ข้อคิดก่อนการนำเอาระบบ PACS มาใช้

PACS : Picture Archiving and Communiaction System
ปกรณ์ หอมหวลดี พ.ว.ก.(รังสีเทคนิค), วท.บ.(วิทยาการคอมพิวเตอร์)

ข้อคิดก่อนการนำเอาระบบ PACS มาใช้

การนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลดีแบบใดก็ตาม มักจะมีข้อดีและข้อเสียอยู่ในตัว ซึ่งโดยปกติแล้วข้อเสียส่วนมากจะเป็นเรื่องค่าใช้จ่ายมากกว่า ดังนั้นก็ขึ้นอยู่กับ งบประมาณที่ โรงพยาบาลของเรามีด้วย

ระบบ PACS เป็นเทคโนโลยีใหม่ เราจะเห็นได้ว่าโรงพยาบาลใหญ่ทั้งเอกชน และรัฐบาล ยอมรับที่จะนำเอาระบบ PACS มาใช้กันมากขึ้น แต่หากเรามองดูดีๆ โรงพยาบาลเล็กๆ แทบจะไม่มี โอกาสที่จะนำระบบ PACS มาใช้ แต่ก็อาจจะได้ใช้หากอุปกรณ์ ต่างๆ กลายเป็นของเก่าขายถูก ในอีก 5-10 ปีข้างหน้าโรงพยาบาลเล็กๆ ก็อาจจะได้ใช้ระบบ PACS ก็เป็นไปได้

การเลือกบริษัท

บริษัทที่มีลูกค้ามากที่สุดอาจจะไม่ใช่ระบบ PACS ที่ดีที่สุดเสมอไป เราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรู้ข้อมูลของผลิตภัณฑ์ของแต่ละบริษัทให้มากที่สุด และหลายๆ บริษัท แล้วนำมาเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียของแต่ละบริษัท โดยความรู้เหล่านี้ท่านก็ได้จาก sale ของแต่ละที่นั้นเอง หรือถามคนที่เคยใช้ระบบนั้นๆ มาก่อน

เรามาดูกันว่าอะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้ PACS มีราคาสูง ราคาที่เป็นหลักๆ ที่ทำให้ PACS มีราคาสูงก็มีอยู่ 2 ส่วนก็คือ
Hardware
Software

Hardware : ที่สำคัญ ก็คือ จอวินิจฉัย, ตัว Server ของระบบ CR ซึ่งตัวที่จะมีปัญหามากที่สุด ก็คงจะเป็น CR และ จอวินิฉัย ก็ขึ้นอยู่กับอายุของแต่ละอุปกรณ์ด้วย โดยทั่วไปแล้วจอแบบ CRT จะมีอายุการใช้งานสั้นกว่าจอแบบ LCD แต่ว่าจอ LCD แพงกว่ามากๆ

Software : ที่สำคัญ ก็คือ ตัวจัดการระบบหรือ Server, software display สำหรับรังสีแพทย์ และ Software สำหรับ Clinician ซึ่งโดยทั่วไป Software สำหรับ Clinician จะเป็นระบบ Web คือสามารถเรียกได้ทุกเครื่องในโรงพยาบาล แต่ต้องขึ้นอยู่กับคุณภาพของจอและ card จอด้วย จึงจะได้คุณภาพที่ดี

การวางแผนเพื่อรองรับในการจัดเก็บข้อมูลของคนไข้

หากเราเปรียบเทีบยภาพระหว่าง Film กับภาพเอกซเรย์ PACS เราจะเห็นได้ว่า Film เอกซเรย์จะมีอายุของภาพหรือความเสื่อมของ Film ยิ่งนานวันๆ Film ก็จะมีคุณภาพลดลงไป เช่นสีของภาพจะด้อยลง โดยทั่วๆ ไปแล้วโรงพยาบาลต่างๆ จะเก็บ film เอาไว้ประมาณ 5 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับห้องเก็บ Film ของแต่ละโรงพยาบาลด้วยว่ารองรับได้ขนาดไหน กี่ปี

หากเรามาดูการจัดเก็บของมูลระบบ PACS จะเห็นได้ว่าปัจจัยที่มีผลต่อการเก็บภาพ ไม่ได้อยู่ที่คุณภาพของฟิล์ม แต่อยู่ปริมาณเนื้อที่ของการเก็บข้อมูลในระบบ PACS เสียมากกว่า โดยทั่วๆ ไปแล้วระบบ PACS จะแบ่งการจัดเก็บข้อมูลออกเป็น 3 ระดับ ซึ่งการแบ่งแยกออกเป็น 3 ระบบนี้ก็เกี่ยวกับการเรียกภาพ และที่อยู่ของภาพในการเรียกค้นหาแบ่งเป็นดังนี้

Online
Short Term (Near Line)
Long Term (Off Line)

เราจะเห็นได้ว่าโรงพยาบาลส่วนใหญ่ที่นำระบบ PACS มาใช้ มักจะไม่ได้คำนึงถึงการวางแผน การจัดเก็บข้อมูลในอนาคต อาจจะเป็นเพราะว่าต้องการที่จะนำระบบ PACS มาใช้ก่อน แล้วค่อยคิดกัน

การที่การจัดเก็บข้อมูลของระบบ PACS แบ่งออกเป็น 3 ระดับหรือ 3 ขั้นนี้ก็เกี่ยวข้องกับการเข้า ถึงข้อมูล หรือระยะเวลาที่เรียกข้อมูล

Online โดยปกติแล้วจะหมายถึงข้อมูลที่อยู่ใน Hardisk ของ Server ซึ่งสามารถที่จะเรียกข้อมูลได้เร็วที่สุด
Short Term (Near Line) โดยทั่วเป็นเป็นการจัดเก็บข้อมูลออกจาก Server ซึ่งอาจจะเป็น DVD, CD
Lorg Term (Off Line) โดยทั่วไปจะเป็น Tape หรือ CD หรือ VCD

ในปัจจุบัน Harddisk จะมีราคาถูกมาก หากเราสามารถเพิ่มเนื้อที่ในการจัดเก็บ แบบ Online หรือ Short Term ด้วย Harddisk ได้ ก็จะทำให้เกิดความรวดเร็วแก่ระบบได้ด้วย ทั้งนี้และทั้งนั้น ก็ควรที่จะจัดการระบบ Harddisk ให้ดีๆด้วยระบบเผื่อเสีย (RAID)

ดังนั้น Step ของการเก็บข้อมูลก็ขึ้นอยู่กับปริมาณคนไข้และ ปริมาณเนื้อที่การเก็บ ข้อมูลของแต่ละส่วน ใน online=>short term=>longterm

โดยทั่วไปจะเก็บดังนี้

Online 1 ปี, Short term 3 ปี และ Long term 5 ปี

CR : Computed Ragiography

เครื่อง CR เป็นเครื่องแปลงภาพจะแผ่นที่ใช้แทน Film เป็น digital เราต้องดูว่าเครื่อง CR นี้มีความเร็วในการอ่านแผ่น Plate เพียงพอต่อคนไข้ หรือปริมาณ Film ในชั่วโมงเร่งด่วน ได้หรือไม่ ซึ่ง CR ก็มีหลายแบบ ให้เลือกมีแตกต่างทั้ง บริษัท, Brand, ความเร็ว, ขนาด, และราคา

การ Service ก็สำคัญ

โดยทั่วไปแล้ว เทคโนโลยีใหม่ๆ มักจะมีปัญหาเรื่องการ Service มากเพราะว่าเป็นเทคโนโลยี ที่ทั้งผู้ซื้อ และผู้ขายมักจะเริ่มเรียนรู้เหมือนกัน ดังนั้น เมื่อเกิดปัญหา ทางบริษัทผู้ขายมัก จะรอผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ และหากเป็นปัญหาที่ง่ายๆ ก็จะได้รับการบริการ อย่างรวดเร็ว ดังนั้นการเลือกระบบ PACS ก็ควรจะดูว่าบริษัทนั้นๆ มีความพร้อมในการ Server มากน้อยแค่ไหน

และอีกอย่างของระบบ PACS เนื่องจากระบบ PACS เป็นระบบเปิดเราจะเห็นได้ว่า เราสามารถที่จะนำเอาอุปกรณ์ ต่างๆ ต่างบริษัทมาต่อกันเป็นระบบ PACS ได้ ดังนั้นเรื่องการ Service จะลำบากมากขึ้น หากเราไม่มีการจัดการที่ดีพอ

ในตัวของอุปกรณ์ ก็มีอายุของมัน เช่น จอคอมพิวเตอร์ (จอ Diagnostic), CR ดังนั้นการจัดการเรื่อง Mantanance ก็สำคัญ

PACS กับระบบโรงพยาบาล หรือ ระบบเอกซเรย์

อีกส่วนหนึ่งที่มักจะไม่ค่อยคิดถึงกัน นั้นก็คือระบบของแผนกเอกซเรย์ (โปรแกรมเอกซเรย์ หรือ โปรแกรม โรงพยาบาล) ซึ่งโดยปกติแล้ว Software หรือ โปรแกรมที่ใช้ควบคุมระบบ PACS (ข้อมูลคนไข้-ข้อมูลภาพ) บริษัทที่พัฒนาระบบ PACS มักจะทำให้โปรแกรมระบบ PACS สามารถติดต่อกับ ระบบเอกซเรย์ (RIS Radiology Information System) หรือ ระบบโรงพยาบาล (Hospital Information System) โดยผ่านตัว PACS Broker ตามมาตราฐาน HL7 : ซึ่งตรงนี้เองทำให้ระบบ PACS มีความฉลาดมากขึ้น เช่น หากมีการ ทดทะเบียนคนไข้ หากเป็นคนไข้เก่า ระบบ PACS ก็จะทำการเรียกภาพมารอให้ ทำให้เกิดความรวดเร็ว และ สามารถที่จะเชี่อมต่อกับผลหรือ result เอกซเรย์ นอกจากนี้ ยังมีความน่าเชื่อถือ ในการตรวจสอบชื่อ Id ของคนไข้มากขึ้น

ปัญหาก็คือ ระบบ PACS ส่วนใหญ่ในประเทศไทยจะอยู่แบบ Stand Alone คือ ไม่ต่อเชื่อมกับระบบ โรงพยาบาล หากไม่มีการจัดการเกี่ยวกับทะเบียนคนไข้ที่ดีพอ เราจะเห็นคนไข้ HN เดียวมีหลายสิบชื่อ หรือบางทีหาคนไข้ไม่เจอเพราะว่า ลงทะเบียนผิด ทั้งนี้และทั้งนั้น การเชื่อมต่อระบบ PACS กับระบบ โรงพยาบาลเป็นปัญหาโลกแตก ในประเทศไทย ก็เพระว่า ระบบโรงพยาบาล หรือระบบเอกซเรย์ มักจะไม่ใช่มาตราฐานโลก หรือ HL7 ที่ระบบ PACS จะเชื่อมต่อผ่าน PACS Broker ได้

การยอมรับจากรังสีแพทย์และ Clinician

ในส่วนของรังสีแพทย์จะไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไร แต่ที่พบมากที่สุดก็คือ Clinician มักจะไม่ค่อยชอบ ระบบ PACS สักเท่าไร เพราะว่าใช้งานยาก ยุ่งยาก ใช้งานไม่เป็น แต่ผมว่า ส่วนใหญ่จะใช้งาน ไม่เป็นเสียมากกว่า ซึ่งปัญหาต่อมาก็คือ การสั่งให้ Print Flim ซึ่งก็ถือว่าเป็นค่าใช่จ่ายที่หลีกเลี่ยง ไม่ได้อย่างหนึ่ง ดังนั้นการจัดการเรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างหนึ่ง

ปัญหาการ Print Film

สิ่งที่พบมากที่สุดของระบบ PACS ก็คือการ Print Film เราคงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้แน่นอน ถ้าคนไข้ต้องการจะ refer ไปโรงพยาบาลอื่น หรือต้องการขอ Film กลับ ซึ่งหากเป็นโรงพยาบาลเอกชนแล้วคงปฎิเสธไม่ได้แน่นอน ดังนั้นเราต้องดูให้แน่นอนว่าระบบ รองรับการ Print Film ได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งผมขอแนะนำก่อนเลือกระบบ เราควรที่จะมีเครื่อง ที่สามารถเรียกภาพ เก่ามา Print ได้ โดยไม่ใช่เครื่องเดียวกับรังสีแพทย์ เพราะว่าจะเป็นปัญหาใน การ รอเครื่องรังสีแพทย์ว่างแล้ว Print ซึ่งจะทำให้คนไข้รอนอน

การ Upgrade

เราจะเห็นได้ว่า ไม่มีบริษัท software ใดในโลกรับประกันคุณภาพ software ของตนแม้ กระทั่ง Microsoft เองก็ตาม ดังนั้น การจัดการข้อผิดพลาดของ software ที่ดีที่สุด ก็คือการ upgrage ซึ่งเราควรจะศึกษาเรื่อง การ upgrage ของบริษัทให้ดีๆ ว่ามีการ upgrage ให้ฟรีหรือไม่ หรือต้องเสียค่าใช้จ่ายอย่างไร โดยปกติแล้วการ upgrage จะเสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้และทั้งนั้นก็ อยู่ที่ข้อตกลงหรือ สัญญาการซื้อขาย ควรจะทำให้รอบครอบที่สุดเท่าที่จะทำได้

สุดท้ายที่จะแนะนำนะครับ

ความคุ้มทุนอยู่ที่ไหน ศึกษาให้ดีๆ
จงรู้ให้เท่ากับ Sale หรือมากกว่า Sale โดยเอาผู้รู้หลายๆ ฝ่ายเข้าฟังการเสนอระบบ เช่น รังสีแพทย์ นักคอมพิวเตอร์ นักรังสี และแพทย์ท่านอื่นๆ
บริษัทจะไม่กินเงินเราครั้งเดียว แต่เขาจะกินเงินเราเรื่อยๆ อยู่ที่ว่าเราจะให้กินบ่อยๆ หรือนานๆ ให้กินที และกินน้อยๆ

xraythai.com

You May Also Like

About the Author: Mayong_ness

ไม่ค่อยมีเวลาเข้ามา UPDATE ข่าวสารมากนักน่ะคับ แต่ถ้ามีเรื่องไหนเด็ดๆโดนๆจะรีบเอามาให้อ่านกัน หรือวันไหนที่ว่างๆ จะมาเขียนบทความที่ คิดว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับชาวไอทีสาสุขให้ได้อ่านกันนะคับผม